fbpx
skip to Main Content
Capture Card คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับการ Live และเรื่องที่มือใหม่ต้องรู้

Capture Card คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับการ Live และเรื่องที่มือใหม่ต้องรู้

Capture Card คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับการ Live และเรื่องที่มือใหม่ต้องรู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเริ่มต้นเกี่ยวกับการ Live Stream ไม่ว่าจะใช้สื่อไหนก็ตาม จะต้องเจอกับเรื่องนี้แน่ ซึ่งในวันนี้เราจะมาอธิบายพื้นฐานเกี่ยวกับ Capture Card ให้เข้าใจแบบง่าย ๆ กันเลย

Capture Card คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับการ Live และเรื่องที่มือใหม่ต้องรู้

1. Capture Card คือ การ์ดที่คอยส่งภาพจากหน้าจอกล้องเข้าไปที่คอมของเรา ให้แสดงผลได้ทันที

ถ้าแปลตัวตรง Capture Card ก็คือการ์ดจับภาพ คอยเอาภาพและเสียงที่ตัวกล้องเห็น ส่งไปที่คอมพิวเตอร์โดยตรงเลย ทำให้เราสามารถใช้กล้อง Mirorrless, DSLR สามารถส่งภาพที่ตัวกล้องเห็นเข้าไปที่คอม เราก็สามารถใช้กล้องที่เรามีไปทำ Live Streaming ได้สบาย ๆ

2. Capture Card สามารถใช้งานได้กับกล้องทุกรุ่นเลยหรือเปล่า?

ต้องบอกเลยว่าแทบทุกกล้องในโลกใบนี้ ที่มีพอร์ต HDMI หรือ Mini HDMI เพื่อส่งสัญญาณภาพออกจากกล้องไปยังทีวี หรือหน้าจอ Monitor ได้ ก็สามารถใช้งานได้ทั้งหมด โดยหลักการ Capture Card ก็ทำหน้าที่รับสัญญาณเหมือนทีวีหรือจอแยกเลย เพียงแต่ส่งภาพเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค ของเราโดยตรง เพื่อให้เราทำการ Live ได้นั่นเอง

3. Capture Card แต่ละแบรนด์เหมือนกันหรือเปล่า หรือต้องเลือกซื้อแบบไหนถึงจะดี?

หลักการทำงานของ Capture Card แต่ละแบรนด์ก็จะคล้ายกันหมด แต่อยากให้ดูมุมนี้นิดนึงคือ ในปัจจุบัน Capture Card มีทั้งที่เป็นแบบใครก็ได้ไปสั่งโรงงานผลิตแบบ OEM คือมีเงินสั่งทำก็ทำได้เลย ถามว่าใช้ได้ไหม ก็ได้ แต่อาจจะไม่สู้แบรนด์ที่ตั้งใจผลิต วิจัย พัฒนา Capture Card สำหรับคนที่ใช้งานจริงจัง ยกตัวอย่างเช่น

Capture Card ของ Avermedia ที่เจาะจงผลิตของกลุ่ม Gamer เลย ความสามารถหลักก็จะมีความพิเศษขึ้นมาหลายอย่าง เช่น ต่อเข้ากับเครื่อง Console ของ PlayStation 4 แล้วส่งเข้าคอมได้เลย โดยที่เฟรมเรตยังลื่นไหลสวยงามอยู่ 

แล้วก็มีอีกแบรนด์คือ Capture Card ของ Elgato ที่ออกแบบมาสำหรับสาย Gamer เช่นเดียวกัน ก็มีความสามารถในการรับภาพจากคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมส์ แล้วส่งภาพไปยังเครื่อง notebook ที่ใช้ live อยู่ก็ได้เหมือนกัน ทำให้ความสามารถเฉพาะด้านมันดีมาก ๆ เลยล่ะ

หรือจะเป็น Capture Card ที่ผสมความสามารถของตัว Switcher ในชุดเดียวอย่าง Blackmagic ATEM mini ที่เขาเป็นแบรนด์ผลิตกล้องสำหรับงาน Video Cinema ระดับ Professional ก็จะสามารถทำงานกับกล้องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ต่อกับกล้องพร้อมกันได้ 4 ตัว แล้วมีตัวตัดสลับหน้าจอให้เลย ทำให้ Capture Card ตัวเดียว แต่รับกล้องได้เยอะ 4 ตัว เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นต่อได้แค่ตัวเดียวเอง

ดังนั้นถ้าจะให้สรุปคือ Capture Card เลือกแบบแบรนด์ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านดีกว่า

4. ควรลงทุนกับ ​Capture Card ที่ตรงกับงาน เพื่อให้งานออกมาดี และไม่เสียเงินซ้ำซ้อน

เราควรจะชัดเจนกับเป้าหมายตัวเองให้ดี ว่าเราต้องการ Capture Card สำหรับงานอะไร เช่น Stream เกมส์ หรือจะเป็น Live สำหรับขายสินค้า หรือสอน เพราะ Capture Card แต่ละแบรนด์มีความสามารถที่แตกต่างกัน 

ถ้าหากเราซื้อ Capture Card ที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่อยากจะใช้งาน เราอาจจะใช้งานได้นะ แต่เราก็ขาดทุนในฟีเจอร์เด่นที่ไม่ตรงกับงานนั่นแหละ เช่น จะ Live สอน Online แต่ Capture Card ออกแบบมาสำหรับ Gamer แน่นอนว่าฟีเจอร์สำหรับ Gamer เราก็ไม่ได้ใช้แน่ ๆ ครับ

5. ควรเลือกซื้อกับร้านที่เข้าใจอุปกรณ์และมีบริการหลังการขาย

เรื่องของ Capture Card แม้ตอนที่เราซื้อมาแล้ว เราอาจจะเจอบางอย่างที่ไม่เข้าใจ หรือปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นการที่เราซื้อกับร้านที่มีความเข้าใจ พร้อมบริการ และเคยใช้จริง รีวิวจริง จะทำให้สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการทำงานของอุปกรณ์ได้โดยตรง ดังนั้นแนะนำว่า ควรซื้อกับร้านที่เข้าใจตัวอุปกรณ์ด้วยนะครับ

สนใจ Blackmagic Atem mini PRO HDMI Switcher พร้อม Capture Card ราคา 23,750 บาท ติดต่อเเละสอบถามข้อมูลได้ที่ lnwgadget พร้อมให้คำปรึกษาทั้งก่อนเเละหลังการขาย

×Close search
Search