fbpx
skip to Main Content
รีวิวเปรียบเทียบ Comica Audio BoomX-D D2 กับ Rode Wireless Go รุ่นไหนดี เหมือนและแตกต่างกันยังไง

รีวิวเปรียบเทียบ Comica Audio BoomX-D D2 กับ Rode Wireless Go รุ่นไหนดี เหมือนและแตกต่างกันยังไง

รีวิวเปรียบเทียบ Comica Audio BoomX-D D2 กับ Rode Wireless Go รุ่นไหนดี เหมือนและแตกต่างกันยังไง เหมือนและแตกต่างกันยังไง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน การรับส่งสัญญาณรวมไปถึงระยะเวลาในการใช้ และระยะทางในการส่งสัญญาณที่มีความโดดเด่นทั้ง 2 รุ่น วันนี้เราจะนำข้อมูลมารีวิวเทียบให้เห้นรายละเอียดกันแบบเจาะลึกว่าไมค์ไวร์เลสส์ทั้ง 2 แบรนด์นี้จะแตกต่างกันยังไง และจะเลือกซื้อใช้แบบแบรนด์ไหนเพื่อให้งานออกมามีคุณภาพที่สุด

รีวิวเปรียบเทียบ Comica Audio BoomX-D D2 กับ Rode Wireless Go รุ่นไหนดี เหมือนและแตกต่างกันยังไง

การรับส่งสัญญาณ และความสามารถในการตอบโจทย์คนทำคอนเทนต์รีวิว YouTuber, ทำรายการสัมภาษณ์ 

Comica Audio BoomX-D D2 จะเป็นไมโครโฟนที่ออกแบบมาให้ มีตัวรับสัญญาณ 1 ตัว และตัวส่งสัญญาณ 2 ตัว ทำให้คนที่ต้องทำรายการสัมภาษณ์ รีวิว หรือต้องทำรายการที่มีคนพูด 2 คน สามารถที่จะบันทึกเสียงได้ทันที ซึ่งเป็นไมโครโฟนที่รองรับงานในระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพได้เลย 


ส่วน Rode wireless go แม้จะเป็นแบรนด์ที่ดังและได้รับความน่าเชื่อถืออย่างมากเนื่องจากแบรนด์นี้ดังเรื่องการทำไมโครโฟน แต่ในรุ่นนี้ออกแบบมาให้เป็นไมโครโฟนที่เป็นแบบตัวรับสัญญาณ 1 ตัวกับตัวส่งสัญญาณ 1 ตัวเท่านั้น ซึ่งอาจจะตอบโจทย์แค่คนระดับเริ่มต้น หรือคนที่ต้องการทำรายการในระดับที่มีพิธีกรเพียงคนเดียวเท่านั้น

สรุป Comica Audio BoomX-D D2 นั้นทำได้ดีกว่า มีตัวส่งสัญญาณ 2 ตัว และตัวรับ 1 ตัว ทำให้เหมาะกับการทำงานจริงจังได้มากกว่า ส่วน Rode Wireless Go จะเป็นการรับส่งสัญญาณเพียงแค่แบบ 1 ต่อ 1 เท่านั้น

คุณภาพเสียงที่คมชัด และการปรับระดับเสียงให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม

การเทียบในส่วนนี้จะเป็นการเทียบเรื่องความสามารถของไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียง ซึ่งไมโครโฟนไร้สาย Comica Audio BoomX-D D2 เป็นไมค์ที่รับเสียงได้รอบทิศทาง จะมีตัวไมค์ที่ติดตั้งมาแบบในตัว และสามารถรองรับไมโครโฟนแยกได้ด้วย ซึ่งในชุดก็จะให้ไมโครโฟน Lavalier หรือไมค์ติดปกมาให้เลย เสียงก็จะดีขึ้นมากและไม่ต้องซื้อเพิ่ม อีกทั้งเราสามารถคอนโทรลเสียงได้เอง และปรับระดับเสียงได้ตั้งแต่ 0-12 ระดับ ซึ่งปรับได้ง่าย และละเอียดและสามารถเช็คระดับความดังได้อย่างเหมาะสม สามารถปรับเสียงได้จากด้านข้างของเครื่องรับสัญญาณ และเปิดแยกเสียงกันระหว่างตัวส่งสัญญาณ A กับ B ทำให้คุณกำหนดเสียงได้ว่าต้องการให้ตัวไหนดัง-เบา ตามต้องการ

ในส่วนของ Rode Wireless Go เป็นไมโครโฟนไวร์เลสส์ที่รับเสียงได้รอบทิศทางเช่นกัน แต่ในเรื่องของการปรับเสียงจะอาจจะให้ความละเอียดแตกต่างกัน โดยระดับการรับเสียงปรับได้ 3 ระดับ 0dB, -6dB, -12dB ทำให้เวลาปรับเสียงจะปรับได้ทีละสเต็ปไม่สามารถลงรายละเอียดของเสียงได้เต็มที่ ดังนั้นหากจะนำไปใช้งานจะต้องมีการเช็คเสียงให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้เสียงที่บันทึกมีความเหมาะสมไม่ดังหรือเบาจนเกินไป ส่วนเรื่องของไมโครโฟนในตัวก็รับเสียงได้ดีมากเช่นเดียวกัน และรองรับไมโครอื่นเพิ่มได้ด้วย แต่ในชุดไม่มีแถมมาให้นะ ต้องซื้อเพิ่มครับ

สรุป Comica Audio BoomX-D D2 คุ้มค่ามากกว่า เพราะสามารถปรับเสียงได้ 12 ระดับ และมีไมโครโฟน Lavalier แถมมาให้ในชุดเลย

ความเสถียรของระบบส่งสัญญาณ และระยะห่างในการรับเสียง

สำหรับในเรื่องของสัญญาณต้องบอกเลยว่า Comica Audio BoomX-D D2 และ Rode Wireless Go มีการส่งสัญญาณดิจิตอลแบบไร้สาย 2.4 GHz โดยในตัวของ Comica Audio BoomX-D D2 สามารถส่งสัญญาณได้ไกล 50 เมตรในที่โล่ง ๆ ซึ่งเป็นระยะที่ไกลพอสมควรเลย


ขณะเดียวกัน Rode Wireless Go จะมีระยะการส่งสัญญาณที่ค่อนข้างไกลกว่าโดยหากอยู่ในที่โล่งๆ จะไกลถึง 60-80 เมตรเลยทีเดียว และอาจจะไปไกลถึง 100 เมตรในสถานที่เปิดไม่มีสัญญาณรบกวน

สรุป Rode Wireless Go นั้นค่อนข้างจะส่งสัญญาณได้ไกลกว่านิด ๆ ในระยะไกลสูงสุด เมื่อเทียบกับ Comica Audio BoomX-D D2 แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการใช้งานจริงทั้งสองรุ่นอาจจะไม่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ

ระยะเวลาในการใช้งานของแบตเตอรี่

ในส่วนของระยะเวลาในการใช้งานต้องบอกว่าไมโครโฟน Comica Audio BoomX-D D2 มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานแบบต่อเนื่อง 4-5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 

ในขณะที่ Rode Wireless Go มีความอึดทนมากกว่าเพราะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 6-7 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามศักยภาพของแบตเตอรี่ทั้งสองรุ่นถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำงานทั้งในสตูดิโอ และนอกสถานที่ เนื่องจากมีแบตที่ใช้งานได้นาน ทำให้การทำงานมีความต่อเนื่อง ไม่สะดุดทำให้คุณภาพของงานมีประสิทธิภาพสูง

สรุป Rode Wireless Go จะมีความสามารถในการใช้งานที่ยาวนานกว่า สูงสุดที่ 7 ชั่วโมง ส่วน Comica Audio BoomX-D D2 จะใช้งานได้ 5 ชั่วโมง

หน้าจอแสดงสถานะการทำงาน และการเอาไปใช้

Comica Audio BoomX-D D2 มีหน้าจอที่สามารถบอกสถานะต่างๆ ทั้งตัวรับสัญญาณ 1 ตัว และตัวส่งสัญญาณ 2 ตัว โดยจะแสดงให้เห็นถึงระดับสัญญาณ, ระดับเสียงทั้งแบบ โมโน/สเตอริโอ (การบันทึกเสียงแยกชาแนล) และพลังงานของแบตเตอรี่ ดังนั้นไมค์ตัวนี้จะให้เสียงที่ชัดเจน และสะดวกในการตรวจสอบรวมทั้งการเช็คสถานะการทำงาน ทำให้คุณหมดกังวลเกี่ยวกับสมดุลของเสียงเวลาที่ต้องนำไปใช้งาน ทำให้ได้เสียงที่มีเสถียรชัดเจน และสมดุล 

ด้าน Rode Wireless Go มีหน้าจอที่สามารถบอกสถานะต่าง ๆ เช่นเดียวกัน แต่ว่ามีแค่เฉพาะตัวรับสัญญาณเท่านั้น ในขณะที่ตัวส่งสัญญาณมีเพียงแค่ไฟบอกสถานะเพียงอย่างเดียว

สรุป Comica Audio BoomX-D D2 จะมีหน้าจอแสดงสถานะการทำงานที่ละเอียด พร้อมทั้งการปรับตั้งค่าได้สะดวกในส่วนตัวรับด้วย ซึ่งใช้งานได้ง่ายและสะดวกกว่า Rode Wireless Go

การปรับระดับเสียงที่บันทึก 

ตัวไมค์ไร้สาย Comica Audio BoomX-D D2 สามารถปรับเสียงได้ทั้งแบบ โมโน และ สเตอริโอ (บันทึกแบบแยกชาแนล) โดยมันจะทำการรวมเสียงของไมค์ทั้งสองตัวเข้าด้วยกัน แต่หากเป็นกรณีที่เลือกใช้งานแบบ สเตอริโอ มันจะมีการแยกเสียงไมค์ออกจากกัน ในส่วนของการปรับเพิ่ม-ลดเสียง ทำได้กับเครื่องรับสัญญาณดังนั้นตากล้องจะสามารถปรับเสียงได้ตามที่ต้องการ ซึ่งปรับได้มากถึง 12 ระดับ โดยเมื่อเช็คเสียงแล้วก็สามารถปรับเสียงได้พร้อมกันทั้งกับไมค์ A และ B เพื่อให้เสียงออกมาเหมาะสมที่สุด

ในส่วนของตัว Rode Wireless Go ก็สามารถปรับเสียงได้เช่นกันและปรับที่ตัวรับสัญญาณทำให้ตากล้องสามารถที่จะปรับเสียงให้เบา-ดังได้ตามต้องการ แต่ปรับเพียงแค่ 3 ระดับเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ละเอียดเท่ากับไมโครโฟน Comica Audio BoomX-D D2

สรุป Comica Audio BoomX-D D2 สามารถปรับระดับการบันทึกเสียงได้ 12 ระดับ ส่วน Rode Wireless Go ปรับได้แค่ 3 ระดับเท่านั้น

อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มาในชุด ความคุ้มค่า ความพร้อมในการนำไปใช้งาน

Comica Audio BoomX-D D2 มาพร้อมกับตัวรับสัญญาณ 1 ตัว และตัวส่งสัญญาณ 2 ตัวพร้อมกับไมโครโฟนลาวาเลียร์ หรือไมค์หนีบปกเสื้อ 2 ตัว, วิลด์ชิลด์กันเสียงลม 2 ตัวซึ่งเป็นซิลิโคนทำให้ล็อกแน่นกับไมค์, สายเคเบิล 3.5 มิลลิเมตรแบบ TRS ทั้งสองฝั่ง 2 เส้น, สายเคเบิล 3.5 มิลลิเมตรแบบ TRS+TRRS สำหรับโทรศัพท์มือถือ 1 เส้น , สายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB Type-A กับ USB Type-C 1 เส้น


ขณะที่ Rode Wireless Go มีสายสำหรับเชื่อมต่อกับกล้องMirrorless, DSLR การดีไซน์สีสันสวยงาม แต่หากอยากจะต่อกับสมาร์ทโฟน ต้องซื้อสายเคเบิ้ลเพิ่ม ขณะเดียวกันมีที่ชาร์จให้ 2 เส้น โดยรุ่นนี้จะเป็นแบบตัวรับสัญญาณ 1 ตัว และตัวส่งสัญญาณ 1 ตัว ทำให้คุณสามารถชาร์จไฟได้พร้อมกับ และยังมีวิลด์ชิลด์กันลม 2 ชิ้น เพื่อเอาไว้สำรอง แต่ไมค์ลาวาเลียร์หรือไมค์หนีบปกเสื้อ ฉะนั้นต้องหาซื้อเพิ่มเหมือนกับสายเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

สรุป Comica Audio BoomX-D D2 ให้อุปกรณ์มาพร้อม และคุ้มค่ากว่า Rode Wireless Go แบบไม่ต้องซื้อเพิ่มเลย 

สนใจ RODE Wireless Go White Edition ประกันศูนย์ไทย 2 ปีRode Wireless GO Black ประกันศูนย์ไทย 2 ปี หรือ Comica Audio BoomX-D D2 ไมค์ไวเลส 1:2 ศูนย์ไทย ติดต่อได้ที่ lnwgadget

×Close search
Search